ธีรพรคลินิก เสริมจมูก เฟซล็อค ยกกระชับใหน้า และศัลยกรรมอื่นๆ สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่ดำเนินการมานานกว่า 40 ปี

เมนู

ติดต่อสอบถาม

บทความดึงหน้า

ข้อแตกต่างระหว่าง ร้อยไหม กับ เฟซลิฟท์ (Face Lift) เฟซล็อค (Face Lock)

เรื่องการทำศัลยกรรม กลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ไปเสียแล้ว เพราะหลายคนที่อยากดูดี อยากดูสวยแต่ไม่อยากรอให้วิธีการสวยแบบธรรมชาติเห็นผล การทำศัลยกรรมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ในอดีตวิธีการทำศัลยกรรม ยังมีไม่มากนัก แต่ในปัจจุบันมีศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญ ซึ่งได้พัฒนาวิธีการทำศัลยกรรมแบบใหม่ขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้กล่าวถึงวิธีการทำศัลยกรรม 2 รูปแบบที่มีการพูดถึงมาก นั่นคือ การร้อยไหม และ การทำเฟซลิฟท์ เฟซล็อค

ข้อดีและข้อด้อยของการร้อยไหม  

การร้อยไหม คือ การทำศัลยกรรมรูปแบบหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์ในการยกกระชับใบหน้าที่เกิดความหย่อนคล้อย เนื่องด้วยอายุที่มากขึ้น ให้กลับมาเต่งตึงกระชับดูอ่อนกว่าวัย

ข้อดีของการร้อยไหม

1. การร้อยไหม ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับ เห็นผลได้ชัดเจนหลังจากการร้อยไหมเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์

2. การร้อยไหม ทำให้หน้าเต่งตึงอยู่ได้ประมาณ 2-5 ปี แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน

3. การร้อยไหม จะรู้สึกเจ็บน้อยมาก เพราะก่อนทำศัลยแพทย์จะทำการฉีดยาชาให้บริเวณที่ทำ

4. การร้อยไหม โดยทั่วไปจะใช้ไหมชนิดไหมละลาย ซึ่งจะสลายตัวเองภายในเวลา 6 เดือน

ข้อด้อยของการร้อยไหม

1. การร้อยไหม ทำให้หน้าของเราดูเต่งตึง แต่ไม่คงทนถาวร

2. การร้อยไหม ต้องใช้ศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญ เพราะถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจจะทำให้หน้ามีรอยบวมช้ำ และมีริ้วรอยของไหมได้

3. การร้อยไหม ต้องใช้เวลาพักฟื้นพอสมควร ควรศึกษาให้ดีก่อนการร้อยไหม

4. การร้อยไหม ต้องใช้ไหมละลายคุณภาพดี ถ้าคุณภาพของไหมไม่ดี ไหมจะไม่ละลายตัวเองแต่จะจับตัวกันเป็นก้อน ภายในผิวทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นหนองได้

ข้อดีและข้อด้อยของการทำเฟซลิฟท์ (Face Lift) เฟซล็อค (Face Lock)

การทำเฟซลิฟท์ (Face Lift) เฟซล็อค (Face Lock) หรือ การศัลยกรรมดึงหน้า เป็นการยกกระชับใบหน้าโดยใช้วิธีการผ่าตัด ส่วนใหญ่การทำเฟซลิฟท์ เฟซล็อคจะดึงบริเวณชั้นเนื้อเยื่อ SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อของใบหน้าที่มีความแข็งแรง จะทำให้ใบหน้าหลังการดึงหน้านั้น ดูเต่งตึงเป็นธรรมชาติ คงทนถาวร แต่ที่ต้องระวัง คือ ใต้ชั้นเนื้อเยื่อ SMAS ซึ่งจะมีเส้นประสาทอยู่ หากไม่มีความชำนาญและไม่มีประสบการณ์ จะทำให้การผ่าตัดนั้นไม่ได้ผลตามที่ต้องการและเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทใบหน้า ส่งผลให้ยักคิ้วไม่ขึ้น หลับตาไม่ได้ หรือมีภาวะหน้าเบี้ยว นั่นเอง  

จึงมีการพัฒนาวิธีการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงนี้ โดยใช้เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้า 3 แบบ

1. การผ่าตัดดึงหน้าชั้นผิวหนังเท่านั้น (Subcutaneous Facelift)

เป็นการผ่าตัดเฉพาะชั้นผิวหนังส่วนตื้น เพื่อลดความเสี่ยงของการผ่าตัดโดนเส้นประสาทบริเวณหน้า

2. การผ่าตัดดึงหน้าแบบมาตรฐาน (Traditional Facelift)

เป็นการผ่าตัดผิวหนังภายนอก ตั้งแต่บริเวณขมับ หน้าใบหู อ้อมติ่งหูไปด้านหลัง และจบที่บริเวณต้นคอ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยทุกระดับ ถ้าทำถูกต้องผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ คงทนถาวรอยู่ได้ประมาณ 5-7 ปี

3. การผ่าตัดดึงหน้าแบบแผลสั้น (Short-scar Facelift)

เป็นการผ่าตัดบริเวณขมับ ลงมาหน้าหู จบที่ติ่งหู วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยไม่มากนัก ถ้าทำถูกต้องจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทใบหน้า

การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว สามารถทำได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีและต้องทำกับศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกใจ เป็นธรรมชาติ และปลอดภัย

อ้างอิง :
บทความในเว็บไซต์ teerapornclinic.com
เว็บไซต์สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย https://www.plasticsurgery.or.th/


Ralated Posts

PM 2.5 ฝุ่นพิษขนาดเล็ก ทำลายสุขภาพ

ผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นเนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น เป็นผู้ชายก็กลับมาดูดีอ่อนเยาว์กว่าวัยได้ด้วยการทำ เฟซล็อค ที่ ธีรพรคลินิก

PM2.5 คืออะไร ? ทำไมใครๆเค้าถึงสนใจกันจัง !!

ปรับชั้นตาเล็กแคบ ชั้นตาหลบในทั้งสองข้างและไม่เท่ากัน ให้มีชั้นตาสวย เสริมดวงตาให้ดูหวานขึ้นที่ “ธีรพรคลินิก”

หางตาตก

ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องโหงวเฮ้ง และอาการหางตาตก

หนังตาตก

บุคลิกเสียเพราะหนังตาตกแก้ยังไง เกิดจากอะไร

ทำตาที่ไหนดี

ไขข้อสงสัยในการตอนการทำตาทุกขั้นตอน

เสริมจมูกที่ไหนดี

เหตุผลสำคัญที่ควรรู้ ก่อนการทำศัลกรรมจมูก

แก้จมูกที่ไหนดี

ข้อควรระวังและข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจการแก้จมูก

รีวิวเสริมจมูก

สิ่งที่ควรศึกษาจากรีวิวเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

facebook_pixel