รู้จักเทคนิค “เฟซลิฟท์” (Face Lift) “เฟซล็อค” (Face Lock) ผ่านไทม์ไลน์เทคนิคเก่า-ใหม่

“เฟซลิฟท์” (Face Lift) “เฟซล็อค” (Face Lock) หรือการศัลกรรมยกกระชับใบหน้า หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า การดึงหน้า นั้นเป็นการผ่าตัดเพื่อลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าและยกกระชับใบหน้าให้กลับมาเต่งตึง กระชับ และปรับโครงสร้างใบหน้าที่เหี่ยวย่นให้มาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การทำ “เฟซลิฟท์” (Face Lift) “เฟซล็อค” (Face Lock) มีความเป็นมาอย่างไร มีเทคนิคอะไรบ้าง ธีรพรคลินิกอยากชวนมาหาคำตอบกัน

1. 1900s-1970s: เทคนิคผ่าตัดดึงหน้าเฉพาะชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้ายุคแรกเริ่มเกิดขึ้นในยุโรป เป็นการผ่าตัดดึงหน้าที่เน้นผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น โดยเกิดจากความต้องการของหญิงชั้นสูงชาวโปแลนด์ที่ต้องการยกกระชับผิว โดยแพทย์ได้ผ่าตัดบริเวณไรผมและใบหู ต่อมาการผ่าตัดวิธีนี้ก็แพร่หลายมากขึ้น โดยแพทย์จะผ่าตัดเฉพาะผิวหนังชั้นบนเท่านั้น เทคนิคนี้มีข้อดีคือ มีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทน้อย ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ เพียงแค่ฉีดยาชาก็สามารถผ่าตัดได้ แต่ข้อเสียคือ ผลการรักษาดูไม่เป็นธรรมชาติ และไม่นานก็จะกลับมาเหี่ยวย่นได้อีก

2. 1970s: เทคนิคผ่าตัดเนื้อเยื่อชั้นสแมซ (SMAS Techniques)

เมื่อการผ่าตัดแบบข้างต้นยังมีข้อจำกัด ศัลยแพทย์จึงคิดค้นวิธีการผ่าตัดแบบใหม่ลงลึกไปจนถึงเนื้อเยื่อชั้น สแมซ (SMAS—ชั้นที่ 4 อยู่ถัดจาก หนังกำพร้า หนังแท้ และชั้นใต้ผิวหนัง ตามลำดับ) เนื้อเยื่อชั้นนี้จะปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า คอยทำหน้าที่คงความแข็งแรงของใบหน้า เนื้อเยื่อชั้นนี้จึงเป็นชั้นที่เหมาะในการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้ามากที่สุด ทำให้ผลการรักษามีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นและคงทนมากกว่า ข้อเสียของเทคนิคนี้คือ เป็นการผ่าตัดใหญ่และมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเนื้อเยื่อชั้นนี้ได้ปฎิวัติการผ่าตัดดึงหน้าโดยสิ้นเชิง ทั้งยังเป็นเทคนิคที่นิยมใช้มาจนถึงปัจจุบัน

3. 1980s-ต้น 1990s: เทคนิคผ่าตัดเนื้อเยื่อลึก (Deep Plane Techniques)

การผ่าตัดเนื้อเยื่อชั้นสแมซมีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่สามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้กับบริเวณส่วนกลางของใบหน้าและบริเวณโหนกแก้มได้เท่าที่ควร จึงมีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดเนื้อเยื่อลึกขึ้น กล่าวคือ เป็นการผ่าตัดเนื้อเยื่อชั้นที่อยู่ลึกกว่าชั้นสแมซ (SMAS) ได้แก่ส่วนที่เป็น กล้ามเนื้อ ผลการรักษามีความเป็นธรรมชาติ ให้ผลดี แต่ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่ ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า พักฟื้นนาน ใช้เทคนิคผ่าตัดขั้นสูง และมีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทใบหน้า

4. 1990s – ปัจจุบัน: เทคนิคการผ่าตัดเล็กและการรักษาโดยไม่ใช้การผ่าตัด (Minimally Invasive and Noninvasive Techniques)

ปัจจุบันศัลยแพทย์คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการมากขึ้น จึงพยายามคิดค้นเทคนิคการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ใช้ระยะเวลาผ่าตัดน้อยลง มีความเสี่ยงน้อยลง รวมไปถึงช่วยให้คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นนานเกินไป ตัวอย่างเช่น การร้อยไหม เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อสอดไหมในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน การใช้ฟิลเลอร์และเลเซอร์ทำให้คนไข้ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็สามารถมีใบหน้าที่กระชับขึ้นได้ ทั้งนี้ผลการรักษาและความคงทนของวิธีที่กล่าวมาอยู่ได้ไม่นานนักประมาณ 2 ปี

นอกจากวิธีใหม่ๆ ข้างต้นแล้ว ศัลยแพทย์ยังพัฒนาต่อยอดการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับชั้นผิวหนังผสานกับเทคนิคการเย็บแบบละเอียด ทำให้ได้เทคนิค “การผ่าตัดเฉพาะจุด” เทคนิคนี้ เหมือนเป็นการย่อส่วนการผ่าตัดแบบดั้งเดิมให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงจัดการกับชั้นผิวหนังระดับลึก แผลผ่าตัดเล็ก สั้น และบางกว่า  ทำให้ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทั้งยังสามารถเลือกผ่าตัดเฉพาะจุดได้ ทำให้การผ่าตัดอยู่ในรูปแบบ Mini face Lift ให้ผลการรักษายาวนานกว่าการร้อยไหม 5-10 ปี นับว่าเป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก การผ่าตัดรูปแบบนี้มีทั้งการผ่าตัดแบบส่องกล้องและการผ่าตัดที่ทำหัตการโดยศัลยแพทย์เอง

จากวิวัฒนาการเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าข้างต้น จะเห็นได้ว่าแนวคิดหลักของศัลยแพทย์ในการพัฒนาเทคนิคต่างๆ คือ การพยายามเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด และลดระยะเวลาในการพักฟื้น ทำให้ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าที่มีประสิทธิภาพ มีความเสี่ยงน้อย และผลการรักษาอยู่ได้นาน 5-10 ปี

ไม่เพียงเท่านั้นจุดประสงค์ในการทำศัลยกรรมดึงหน้า ก็เริ่มเปลี่ยนตามไปด้วย ด้วยเทคนิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้มีผู้สนใจทำศัลยกรรมดึงหน้าตั้งแต่อายุน้อยมากขึ้น การผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นเพียงการรักษารอยเหี่ยวย่นใบใบหน้า แต่เป็นเสมือนการดูแลสุขภาพผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ยิ่งเข้ารับการผ่าตัดเมื่ออายุยังไม่มาก ผลการรักษาก็จะอยู่ได้นานมากขึ้น

อ้างอิง :

https://www.plasticsurgery.or.th/article/facelift-by-peerasak.php

https://drive.google.com/open?id=1Ou1wCE3tIoFX2BJto3OjhwWSM06FveTs

http://www.thailandbestbeauty.com/feather-facelift-aptos-lifting/

Tags:
Face Lift, Face Lock, เฟซล็อค, เฟซลิฟท์

ข่าวสาร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Brand

ปรึกษาอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่เสียค่าใช้จ่าย