ธีรพรคลินิก เสริมจมูก เฟซล็อค ยกกระชับใหน้า และศัลยกรรมอื่นๆ Responsive Medical Health WordPress Theme

เมนู

ท่านสามารถแบ่งบันเนื้อหาจากเราได้ทันที

แก้จมูก กรณีบิดเบี้ยว จมูกติดเชื้อ จมูกทะลุ เราสามารถรักษาให้คุณได้

เมื่อมีการเสริมจมูกก็ต้องมีการ แก้จมูก เป็นของคู่กัน หากทรงจมูกที่ทำมาแล้วนั้นไม่ถูกใจหรือมีการเสียรูปทรงไป บิด เบี้ยว ไม่ตรงสวยเหมือนดังเดิม ก็ต้องกลับไปแก้ทรงจมูกที่คลินิกที่ให้บริการอีกครั้งหรือแก้ทรงจนกว่าจะพอใจ ส่วนใหญ่ผู้ที่กลับมาแก้นั้นมักจะมีปัญหาในเรื่องของซิลิโคนไม่เข้ากับรูปหน้า คืออาจมีความชอบในทรงจมูกแบบนี้ แต่พอเสริมไปแล้วกลับทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ จนทำให้มองดูแล้วแปลกๆ ไม่สวยงาม หรือเมื่อเสริมไปแล้วไม่มั่นใจในตนเอง มองดูตนเองในกระจกแล้วไม่เหมือนอย่างที่คิดหรืออาจจะเพราะมีคนทักว่าทรงแหลมเกินไป จมูกเชิดเกินไป จนทำให้ผู้เสริมจมูกเสียความมั่นใจและกลับมาเปลี่ยนทรงจมูกอีก

แก้จมูก

ในอีกกรณีคือเมื่อเสริมไปแล้วเกิดปัญหาปลายจมูกทะลุ เนื่องจากจมูกมีเนื้อน้อย หรือซิลิโคนไม่เข้ากับทรงจมูก อาจจะมีส่วนปลายที่แหลมเกินไป จนทำให้เกิดปลายจมูกทะลุ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้ หากเลือกใส่ซิลิโคนที่พอดีกับรูปจมูกหรือเลือกเสริมจมูกแบบที่ทางคลินิกแนะนำ

การเสริมจมูกและต้องแก้จมูกกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและปกติไปแล้วสำหรับคนหนุ่มสาวสมัยนี้ ที่หลายคนทำจมูกตามทรงที่ดารานักแสดง หรือเน็ตไอดอลที่ตนชื่นชอบทำกัน ซึ่งมองดูแล้วดูสวยดูเสริมกับบุคลิกดี แต่ตนเองกลับลืมนึกไปว่าพื้นฐานเดิมของจมูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่อเสริมมาแล้วทำให้เกิดความไม่พอดี ใส่แล้วรู้สึกไม่เข้ากับใบหน้า ดูไม่สวยอย่างที่คิด ทำให้ต้องได้กลับไปแก้จมูกที่คลินิกอีกครั้งหนึ่ง หรือในบางคนอาจมีการแก้อีกหลายครั้งจนกว่าจะได้ทรงที่เข้ากับรูปหน้าของตนจริงๆ

การเข้าไปรับฟังหรือปรึกษากับทางคลินิกที่สนใจก่อนการเสริมจมูกก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วยให้ได้ข้อมูลในการทำจมูกที่ถูกต้อง และได้ทรงจมูกที่เข้าและเหมาะกับใบหน้าของตน เพราะทางคลินิกจะทำการวิเคราะห์ลักษณะใบหน้าก่อนว่าทรงหน้าแบบนี้ควรเสริมจมูกแบบไหนจะเหมาะ เสริมแล้วดูดี เสริมแล้วโหงวเฮ้งดีขึ้น จะได้ไม่ต้องมาแก้จมูกหลายครั้ง แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าเสริมมาแล้วจะโชคดี จมูกจะอยู่คงทนแบบนี้เป๊ะๆไปตลอด หากเป็นคนที่ลุยๆ ไม่ระมัดระวัง หรือทำอะไรรุนแรง อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนจมูกเบี้ยวขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้ก็มีอีกหลายกรณีที่จมูกจะเคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิม จะรู้ได้อย่างไรว่าจมูกเบี้ยว ซิลิโคนเคลื่อนไม่ตรงเหมือนแต่ก่อน ให้ลองสังเกตดูดังนี้ว่า เมื่อมองหน้าตรง สันจมูกอยู่ในทิศทางเดิมไหม มีความเอียงบ้างไหม

หากเบี้ยวจริงจะได้หาแนวทางแก้จมูกต่อไป สาเหตุที่ทำให้จมูกเบี้ยวนี้ไม่ใช่เพียงแต่การทำกิจกรรมแล้วไม่ระวังตัวเท่านั้น แต่ยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก ดังนี้

1.พื้นฐานจมูกเดิมนั้นมีความคดเอียงอยู่แล้ว เมื่อเสริมจมูกจึงทำให้ตัวซิลิโคนที่ใส่เข้าไปนั้น เอียงไปตามสันจมูกเดิม

2.เราคงจะเคยเห็นคนที่มีส่วนสันจมูกโก่งขึ้นมา ไม่เข้ารูปยาวตรง สันจมูกแบบนี้เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้วจะทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวและเอียงได้ หากเป็นกรณีนี้ลองปรึกษากับทางแพทย์อีกครั้งเพื่อขอแนวทางแก้จมูกต่อไป

3.เกิดจากการที่ซิลิโคนไม่พอดีกับจมูกอยู่แล้ว เนื่องจากทางศัลยแพทย์อาจจะเหลาซิลิโคนบางส่วนยาวเกินไป ทำให้เกินการเอียงขึ้นได้

แก้จมูก

จากกรณีเหล่านี้ หากเกิดอาการจมูกเบี้ยวหรือเอียงหลังจากทำศัลยกรรมจมูกไปแล้ว หากเป็นดังกรณีที่ 3 สามารถเข้าไปพบแพทย์เพื่อขอแก้ไขทรงจมูกได้เลย แต่หากเป็นในอีกสองกรณีที่เหลือ ให้ลองเข้าไปพบศัลยแพทย์อีกครั้ง เพื่อขอคำแนะนำและพูดคุยแนวทางแก้จมูกต่อไป แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่ให้ต้องไปพบศัลยแพทย์เพื่อแก้ไขจมูกอีกครั้ง ในเรื่องของการติดเชื้อ หรือจากการที่ปลายจมูกแหลมเกินไปจนเกิดปลายจมูกทะลุออกมา เนื่องจากตอนเลือกทรงซิลิโคน เลือกเป็นทรงจมูกแบบหยดน้ำ

ซึ่งทรงนี้จะมีลักษณะที่เมื่อเสริมจมูกไปแล้วปลายจมูกจะโด่งแหลมและเรียว ทำให้เกิดปัญหานี้ได้และเป็นเหตุให้ต้องได้แก้จมูกใหม่อีก พร้อมทั้งต้องรักษาฟื้นฟูเนื้อจมูกให้กับมาดังเดิมต่อไป ส่วนในเรื่องของการติดเชื้อหลังศัลยกรรมจมูกนี้จะมีวิธีการสังเกตเบื้องต้นคือ บริเวณที่ทำจมูกลักษณะที่บวมแดง และอาจมีหนองไหลออกมา ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากทำศัลยกรรมไปแล้วประมาณ 1 เดือน ไม่ใช่อาการบวมจากการใส่ซิลิโคนแต่อย่างใด โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อจะมีดังนี้

1.ไอหรือจามรุนแรง เป็นข้อที่ใกล้ตัวมากและคนส่วนใหญ่ได้ไปแก้จมูกกันใหม่เพราะการทำแบบนี้นั่นก็คือ การไอ การจามหรือการสั่งน้ำมูกที่รุนแรงนั่นเอง การไอจามหรือสั่งน้ำมูกที่รุนแรงนี้ อาจทำให้เกิดการอักเสบภายในได้อีกเช่นกัน

2.เกิดจากการทานอาหารแสลง เช่น ของหมักดอง เหล้าเบียร์แอลกอฮอล์ต่างๆ การทานของหมักดองนี้ หากเป็นของที่ผ่านกรรมวิธีที่ไม่สะอาดมาจะทำให้แผลที่จมูกติดเชื้อจนต้องได้มาแก้จมูกใหม่ ส่วนการทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้สติลดลง และทำให้ร่างกายเสียการทรงตัวได้ง่าย เป็นเหตุให้จมูกอาจไปกระแทกจนเกิดการอักเสบภายในได้

3.ติดเชื้อจากการสัมผัสจมูกบ่อยเกินไป การสัมผัสนี้นอกจากมืออาจจะไม่สะอาดแล้ว การสัมผัสบ่อยๆยังอาจทำให้จมูกเกิดการอักเสบภายในได้ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการติดเชื้อและหลายๆคนคิดไม่ถึงจนได้แก้จมูกใหม่กันเลยทีเดียว

แก้จมูก

จะเห็นได้ว่าการระมัดระวังตนเองในการใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญ หากมีการดูแลที่ดีย่อมมีโอกาสติดเชื้อน้อย การงดเว้นจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือกินของแสลงหมักดองทั้งหลาย รวมทั้งการสัมผัสใบหน้าและจมูกบ่อยๆก็ดี ทั้งหมดนี้ล้วนสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อภายในจมูกได้ ยิ่งหากเป็นช่วงแรกที่เพิ่งใส่ซิลิโคนมา ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะหากติดเชื้อมาจะต้องเสียเวลาไปแก้จมูกใหม่กันอีก

ส่วนผู้ที่มีปัญหาจมูกติดเชื้อ หลังจากติดต่อปรึกษากับทางคลินิกเพื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และได้วันในการแก้ไขที่ชัดเจน จะมีการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนและหลังการเข้ารับการแก้ไขจมูก ดังนี้

 

ก่อนเข้าการรักษา

  1. อันดับแรกเช็ดและล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อจะได้สะอาดปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในภายหลังการแก้ไขอีก
  2. หากมีการทานยาบางตัวที่จะไปขัดขวางการรักษาและแก้ไขจมูก ให้งดการทานยานั้นก่อน โดยทางศัลยแพทย์จะมีการสอบถามก่อนการแก้จมูก เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงในระหว่างการรักษาและหลังการรักษา
  3. งดการทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการรับการรักษาประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง หรือตามที่ทางคลินิกแนะนำ เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงที่จะตามมา

 

หลังจากการรักษา

  1. ในช่วงหลังจากการแก้ไขจมูก 1 – 2 วันแรกอาจพบว่ามีเลือดไหลออกมาจากแผล ให้งดเว้นการสัมผัสจมูกของตนเองหลังการผ่าตัดใหม่ เพื่อไม่ให้จมูกกลับมาติดเชื้อซ้ำอีก หากติดเชื้ออีกครั้งนี้ต้องได้แก้จมูกใหม่ และอาจรักษานานขึ้นไปอีก
  2. ให้ใช้ผ้าเย็น หรือเจลเย็นประคบบริเวณแก้ม ไม่ให้ประคบที่จมูกโดยตรง เพื่อช่วยลดอาการบวม และหลังจากนั้นอาจใช้ผ้าอุ่นๆ ประคบต่อหลังจากอาการบวมหายแล้ว เพื่อลดอาการช้ำ เหมือนกับตอนทำจมูกมาใหม่ๆ
  3. งดเว้นจากอาหารแสลง และแอลกอฮอล์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด
แก้จมูก

เพียงดูแลและเตรียมการตนเองทั้งก่อนและหลังรับการรักษาแก้จมูกตามนี้แล้ว ก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีโอกาสกลับมาติดเชื้อได้อีก ยิ่งเป็นช่วงหลังการรับการรักษา ที่ต้องดูแลให้ดีขึ้นแล้วนั้น ยิ่งต้องพิถีพิถัน แต่ก็อย่าวิตกกังวลจนเกินไปนัก เพียงดูให้ดีและสม่ำเสมอก็พอ

จริงๆแล้วหากเรามีการดูแลตนเองเป็นอย่างดี การที่จะต้องมาแก้จมูกใหม่นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เมื่อเราสามารถดูแลได้จนจมูกเข้าที่ และหายเป็นปกติ ไม่มีอาการช้ำอยู่ภายในหลงเหลืออีก เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากความประมาทของตนเองในแต่ละวันเท่านั้นเอง

facebook_pixel