ตาขี้เกียจ

ตาขี้เกียจ

What is Amblyopia?

ภาวะตาขี้เกียจ Amblyopia คือภาวะที่การมองเห็นของดวงตาลดลงในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง แม้ว่าโครงสร้างและลักษณะภายนอกของดวงตาจะดูเป็นปกติก็ตาม ภาวะนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในตาข้างเดียวที่พบได้บ่อยในประชากรเด็ก สาเหตุ และแนวทางการรักษา ตั้งแต่กลไกการเกิดโรค การวินิจฉัย ไปจนถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยเด็ก

แก่นแท้ของภาวะตาขี้เกียจจึงมิได้อยู่ที่โครงสร้างของดวงตา แต่อยู่ที่ความบกพร่องในการประมวลผลของระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system processing deficit) ซึ่งการทำความเข้าใจกลไกนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษา
Clickable Topics of Interest

ตาขี้เกียจในเด็ก

การพัฒนาระบบการมองเห็นในช่วงปฐมวัย (Critical Period) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นระยะที่สมองเรียนรู้ที่จะรับและประมวลผลภาพจากดวงตาทั้งสองข้างให้หลอมรวมเป็นภาพเดียวที่มีมิติและคมชัด การรบกวนใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนานี้ถือเป็นรากฐานสำคัญ
ที่นำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจ กลไกทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจมีจุดเริ่มต้นจากการที่สมองได้รับภาพจากตาทั้งสองข้างที่มีคุณภาพไม่เท่ากัน เช่น ภาพจากตาข้างหนึ่งชัดเจน ในขณะที่อีกข้างหนึ่งไม่ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการรับรู้ภาพที่สับสน 
สมองจะปรับตัวโดยการเลือกรับสัญญาณภาพจากตาข้างที่มองเห็นได้ดีกว่า และทำการยับยั้ง (suppress) สัญญาณประสาทจากตาข้างที่ด้อยกว่า หากปล่อยให้กระบวนการยับยั้งนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยพัฒนาการ เซลล์และวงจรประสาทในสมองส่วนที่รับผิดชอบการมองเห็นของตาข้างนั้น
จะไม่ได้รับการกระตุ้นและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลให้การมองเห็นลดลงอย่างถาวรแม้ว่าสาเหตุเริ่มต้นจะได้รับการแก้ไขแล้วก็ตาม ช่วงเวลาที่สำคัญต่อการพัฒนาและการตอบสนองต่อการรักษาคือช่วงวัยเด็ก โดยภาวะนี้มักจะตรวจพบในผู้ป่วยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี 

ตาขี้เกียจ เกิดจากอะไร

โดยสามารถแบ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยได้ 3 ประเภท ดังนี้
  • ภาวะตาขี้เกียจจากสายตาผิดปกติ (Refractive Amblyopia): ภาวะนี้เกิดจากค่าสายตาที่ผิดปกติอย่างมากในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เช่น สายตายาว สายตาสั้น หรือสายตาเอียง โดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขด้วยแว่นตา ส่งผลให้ภาพที่ตกบนจอประสาทตาไม่คมชัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองไม่สามารถเรียนรู้ที่จะประมวลผลภาพที่ชัดเจนจากตาข้างนั้นได้ และเลือกที่จะรับสัญญาณจากตาข้างที่เห็นชัดกว่าแทน
  • ภาวะตาขี้เกียจจากตาเหล่ (Strabismic Amblyopia): ในภาวะที่ตาข้างหนึ่งเหล่เข้าในหรือออกนอก สมองจะได้รับภาพสองภาพที่แตกต่างกันจากตาทั้งสองข้าง ทำให้เกิดภาวะเห็นภาพซ้อน (Diplopia) เพื่อหลีกเลี่ยงการรับรู้ที่สับสนนี้ สมองจะทำการยับยั้งสัญญาณภาพจากตาข้างที่เหล่ออกไป ส่งผลให้ตาข้างนั้นไม่ถูกใช้งานและกลายเป็นตาขี้เกียจในที่สุด
  • ภาวะตาขี้เกียจจากการบดบังการมองเห็น (Deprivation Amblyopia): ภาวะนี้เกิดจากการมีสิ่งกีดขวางแกนการมองเห็น (Visual Axis) ทำให้แสงไม่สามารถเดินทางผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้อย่างสมบูรณ์ ภาพที่ได้จึงไม่มีความคมชัด ตัวอย่างของภาวะที่ทำให้เกิดการบดบัง ได้แก่ ต้อกระจก (Cataract) ตั้งแต่กำเนิด หรือภาวะPtosis (Weak Eyelid Muscle) หรือหนังตาหย่อน (Ptosis) ที่บดบังรูม่านตา
ตาขี้เกียจ คืออะไร

The Most Effective Treatment

วิธีการรักษาหลักคือการแก้ไขที่ต้นเหตุร่วมกับการกระตุ้นให้สมองกลับมาใช้งานตาข้างที่อ่อนแอ ซึ่งจักษุแพทย์จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้:
  • การปิดตา (Patching): เป็นวิธีมาตรฐาน โดยการใช้แผ่นแปะปิดตาข้างที่มองเห็นดี เพื่อ “บังคับ” ให้สมองหันกลับมาใช้และพัฒนาการมองเห็นของตาข้างที่เป็นตาขี้เกียจ ซึ่งระยะเวลาในการปิดตาจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของจักษุแพทย์
  • การรักษาที่ต้นเหตุ: หากสาเหตุเกิดจากค่าสายตาผิดปกติ ก็จะใช้การสวมแว่นสายตาเพื่อปรับแก้ให้ตาทั้งสองข้างเห็นภาพชัดใกล้เคียงกัน หรือหากเกิดจากตาเหล่ ก็จะทำการรักษาภาวะตาเหล่นั้นๆ
  • นวัตกรรมใหม่: ปัจจุบันยังมีการรักษาด้วยนวัตกรรมใหม่อย่างการใช้ยาหยอดตา เพื่อช่วยกระตุ้นตาข้างที่อ่อนแอและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา

แนวทางการป้องกัน โรคตาขี้เกียจในเด็ก

  • ตรวจสายตาเด็กเล็กอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
  • เฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ เช่นตาเหล่หรือการโฟกัสที่ผิดปกติ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อฟื้นฟูการมองเห็น

Summary.

โรคนี้เป็นภาวะที่ทำให้การมองเห็นในตาข้างหนึ่งหรือสองข้างลดลง แม้ว่าดวงตาจะดูปกติ ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างดวงตาและสมองที่ไม่สมบูรณ์ โดยมักพบในเด็กและสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การใช้แว่นตา การปิดตาข้างที่แข็งแรง หรือการผ่าตัดในกรณีที่จำเป็น

Content by.

Picture of หมอนุ้ย

Dr. Nui

JUTIMA PATLIDANON, M.D.
License No. 35273

Get to know the Doctor

Consult with Specialists For Free

Related Ariticles
ตาขี้เกียจ 1
Team of Teeraporn's Doctor
Consult with our Specialist For Free.
TRP Hospital
TRP Hospital

Please fill in the information so we can contact you back.

Please fill in the information so we can contact you back.

TRP Hospital

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save