fbpx

รู้จักกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างเห็นผล

รู้จักกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างเห็นผล 1

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นภาวะที่เกิดจากภูมิคุ้มกันที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อลายทำงานผิดปกติ สร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติขึ้นมา ซึ่งจะเข้าไปแย่งจับกับตัวรับสารสื่อประสาทบริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการนำกระแสประสาทลดลง สั่งงานกล้ามเนื้อให้เคลื่อนไหวได้น้อยลง ส่งผลให้มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ อาจพบหนังตาตก ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เราเข้าใจผิดว่าเป็นหนังตาที่ตกตามวัยได้ แล้วโรคกล้ามตาอ่อนแรงนี้ จำเป็นที่จะต้องรักษาไหม? ถ้าอยากรักษา สามารถรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ธีรพร ได้รวมวิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มาให้แล้ว จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย!

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจำเป็นต้องรักษาไหม

อาการโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหนังตาย้อย หลับตาไม่สนิท และถ้ามีหนังตาที่ตกลงมาเพิ่มมากขึ้นก็อาจทำให้เกิดภาพซ้อน มองเห็นภาพ 2 ภาพเหลื่อมกัน หรือเห็นภาพแยกออกจากกันได้ เนื่องจากแนวการมองของดวงตาทั้งสองข้างไม่มองไปในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ยิ่งในขณะที่เราขับรถ หากมองได้ไม่ชัด หรือเห็นตำแหน่งที่ผิดเพี้ยนไป ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

หากคุณมีอาการจากโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจและบุคลิกภาพ หรือมีหนังตาตกที่ย้อยลงมาบดบังการมองเห็น จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หากมีอาการลักษณะดังกล่าวนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับการรักษาเพื่อแก้ปัญหาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

รวมวิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การรักษาเบื้องต้นด้วยตนเอง หรือการรักษาด้วยการให้ยา และการรักษาด้วยการผ่าตัดหนังตา มีรายละเอียดดังนี้

1. วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเบื้องต้นด้วยตนเอง

รู้จักกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างเห็นผล 2

วิธีนี้เหมาะสำหรับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในระยะเริ่มต้นที่เพิ่งเริ่มมีอาการภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ยังไม่ได้มีหนังตาย้อยลงมาถึงขั้นบดบังการมองเห็น ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา และกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น 

เคล็ดลับบริหารกล้ามเนื้อตาง่าย ๆ 4 ขั้นตอน มีดังนี้

  • ท่าแรก : กลอกตาขึ้นด้านบนให้สูงที่สุด ต่อด้วยการกลอกตาลงข้างล่างให้ต่ำที่สุด ทำสลับกัน 4 ครั้ง และจบที่การกะพริบตาเร็วๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อตา และหลับตาเพื่อพักสายตาสักพักนึง
  • ท่าที่ 2 : กลอกตาไปด้านข้างซ้ายขวาในระดับสายตา ถือดินสอหรือนิ้วชี้ไว้ข้าง ๆ ตัว โดยกำหนดให้ความสูงอยู่ในระดับเดียวกับสายตา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการมอง ควรอยู่ในจุดที่สามารถเหลือบมองด้านข้างได้ และเห็นชัดเจนไม่ต้องเกร็งตามากเกินไป เริ่มกลอกตาสลับซ้ายขวา 4 ครั้ง ปิดท้ายด้วยการกะพริบตาเร็ว ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อตา และหลับตาเพื่อพักสายตาสักครู่
  • ท่าที่ 3 : กำหนดจุดที่มองเห็นเมื่อกลอกตามองเฉียงขึ้นบริเวณขวามือ และกำหนดจุดที่สามารถเหลือบได้ชัดเจนเมื่อมองลงเฉียงที่มุมล่างซ้ายมือ จากนั้นกลอกตาไปมาซ้ายขวา 4 ครั้ง ระวังไม่ให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนอื่น ๆ และนั่งหลังตรง ไม่ขยับศีรษะเพื่อช่วยในการมอง หลังบริหารครบ ให้พักสายตาสักพัก และสลับข้างบริหารเป็นกลอกตามองเฉียงขึ้นด้านซ้าย และเหลือบมองที่มุมล่างด้านขวาแทน บริหารตา 4 ครั้ง จากนั้นพักผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา
  • ท่าที่ 4 : หลับตาให้สนิทที่สุด 3 วินาทีและรีบลืมตา ช่วยให้กล้ามเนื้อตาเกร็งหดตัวและคลายตัวอย่างรวดเร็ว ทำสลับกัน 4 ครั้ง

การบริหารกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตามทั้ง 4 ขั้นตอนที่กล่าวในข้างต้น ต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ จะช่วยลดอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนล้าและตาอ่อนแรงได้

ข้อควรระวังในการบริหารกล้ามเนื้อตา

  • ขณะฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา อาจมีอาการปวดตาเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากไม่เคยบริหารกล้ามเนื้อตามาก่อน แต่ควรพยายามฝึกต่อไปจนเกิดความเคยชินอาการปวดตาก็จะน้อยลงและหายไป
  • การบริหารกล้ามเนื้อตาระยะแรก อาจมีอาการเวียนศีรษะจากการกลอกตากลับไป กลับมาได้ แนะนำให้ทำช้า ๆ และค่อย ๆ เพิ่มท่าได้ เพื่อปรับให้กล้ามเนื้อตาเริ่มชินกับการบริหารกล้ามเนื้อ

2 วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างเห็นผล

หากมีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่มีอาการลืมตาไม่ค่อยขึ้น เริ่มบดบังการมองเห็น วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเบื้องต้นด้วยตนเองอาจไม่เพียงพอ ควรรักษาด้วยการใช้ยา หรือการผ่าตัด เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

2.1. วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการใช้ยา

รู้จักกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างเห็นผล 3

การรักษาด้วยยา คือ การใช้ยารับประทาน หรือยาหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เหมาะสำหรับคนที่ใช้ วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเบื้องต้นด้วยตนเองแล้วไม่เห็นผล จึงควรใช้ยาเพื่อรักษาร่วมด้วย ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มยาที่เพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาท : ซึ่งเป็นประเภทที่มีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรกๆ เช่น ปวดท้อง ถ่ายท้อง น้ำลายไหล กล้ามเนื้อกระตุก และอาจมีอาการผลข้างเคียงที่รุนแรงมากขึ้นได้ หากรับประทานยาในปริมาณที่มากขึ้น
  • กลุ่มยาสเตียรอยด์ : ซึ่งจะใช้เมื่อยาในกลุ่มแรกให้ผลที่ไม่เพียงพอ แต่จะมีผลข้างเคียงที่ควรระวังเช่น สิวขึ้น อ้วนขึ้น น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทั้งนี้คนไข้ที่รับประทานยากลุ่มนี้ ห้ามหยุดยาเอง เนื่องจากจะมีผลข้างเคียง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ หรือฮอร์โมนผิดปกติตามมาได้
  • กลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน : ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุด มีฤทธิ์ทำลายตับหรือกดไขกระดูกได้ ซึ่งต้องควบคุมการใช้ยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แต่หากคนไข้มีอาการหนังตาตกเพียงเล็กน้อย ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน แพทย์ให้เพียงยาหยอดตากลุ่มยาที่สามารถทำให้เปลือกตายกขึ้นได้ ซึ่งจะปลอดภัยมากที่สุดอย่างไรก็ตาม ถ้าคนไข้ไม่ตอบสนองกับยากลุ่มใด ๆ ดังกล่าวในข้างต้นเลย และมีอาการคงที่ แพทย์จะให้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดยกกล้ามเนื้อตาจะทำให้ตาเปิดโตมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และทำตาสองชั้นร่วมด้วยได้ ช่วยให้ดวงตาดูสวยกลมโต ชั้นตาสวยงามยิ่งขึ้นด้วย

2.2. วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการผ่าตัด

รู้จักกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมแนะนำวิธีรักษาอย่างเห็นผล 4

หากใครมีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และได้ใช้วิธีอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หนึ่งในวิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ให้ผลดีและช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดก็คือ “การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยการผ่าตัดลงลึกถึงกล้ามเนื้อตา” เพื่อช่วยยกกล้ามเนื้อตาและปรับระดับกล้ามเนื้อตา จะทำให้ตาเปิดโตมากขึ้น สามารถออกแรงลืมตาได้เต็มที่ ตาไม่ปรือ และยังช่วยปรับรูปทรงชั้นตาให้สวยงามขึ้นได้อีกด้วย

วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการผ่าตัดนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีชั้นตาหลบใน ตาเล็ก ตาหลี่ ตาปรือ ตาลอย หนักตาตก ตาดูง่วงอยู่ตลอด และผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง 

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาจำเป็นต้องอาศัยจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการรักษาและปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะต้องวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคน

ทำไมถึงควรตรวจกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก่อนผ่าตัดหนังตา

การตรวจสอบกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก่อนการผ่าตัดหนังตา เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพราะจะช่วยให้แพทย์ทราบถึงพยาธิสภาพของกล้ามเนื้อตา และช่วยประเมินความเหมาะสมในการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างแม่นยำ 

โดยข้อดีของการตรวจสอบกล้ามเนื้อตาอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด มีดังนี้

  • ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • ช่วยให้แพทย์วางแผนการผ่าตัดหนังตาที่เหมาะสมกับสภาพของกล้ามเนื้อตา
  • ช่วยในการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผ่าตัด และข้อควรระวังในการผ่าตัดแต่ละเคส
  • ช่วยให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ผู้ป่วยทราบถึงข้อมูลผลลัพธ์ที่น่าจะได้ เพื่อให้ความคาดหวังของคนไข้ ใกล้เคียงกับผลลัพธ์ที่สามารถเป็นไปได้จริง

สรุป

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งเมื่อเกิดอาการนี้แล้วในบางรายอาจพบ หนังตาที่ย้อยลงมาจนบดบังการมองเห็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ หากเป็นหนังตาตกในระยะเริ่มต้นอาจแก้ภาวะหนังตาตกได้ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยตนเอง หรือการรักษาด้วยยา แต่ถ้าใช้วิธีดังกล่าวแล้วไม่ดีขึ้น การรักษาด้วยการผ่าตัดหนังตาควบคู่กับการทำตาสองชั้น จะช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างตรงจุด พร้อมกับปรับชั้นตาให้ดูโค้งสวยยิ่งขึ้น ซึ่งควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ระดับอาจารย์แพทย์ โดยที่สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ธีรพร เรามีจักษุแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ฟรี ติดต่อสอบถามที่ 02-0263265 ได้เลย รับรองว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

ข่าวสาร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า